วิธีทำอาหารใต้ ทำความรู้จักกับอาหารใต้ เข้มข้นถึงใจอร่อยจังฮู้!

วิธีทำอาหารใต้ เมนูปักษ์ใต้สุดฮิต ใครๆก็สามารถทำได้ 

วิธีทำอาหารใต้ สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ทางเราก็จะมาแนะนำ วิธีการทำอาหารใต้  ที่มีรสชาติเด็ดเผ็ดร้อนถึงใจ เป็นวิธีการทำง่ายๆและอร่อยอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้  วิธีทำอาหารใต้ง่ายๆ ซึ่งการผสมผสานและการทำมีขั้นตอนการง่ายนิดเดียว สวนอาหารใต้นั้นจะมีรสชาติจัด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สูตรอาหารใต้ และถ้าหากเพื่อนๆสนใจ ร้านอาหารใต้ภูเก็ต สามารถเข้ามาทำความรู้จักกับอาหารใต้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ของเราได้แล้ววันนี้ แล้ววันนี้เว็บไซต์ของเราก็จะมาแนะนำ อาหารใต้มีอะไรบ้าง และ 10 วิธีทำอาหารใต้ ทำง่ายๆรสชาติเข้มข้นถึงใจ จนต้องบอกต่อว่าอร่อยอย่างแรงอย่างแน่นอน แนะนำเพิ่มเติม 20อาหารภาคใต้

แนะนำ วิธีทำอาหารใต้ รสชาติเข้มข้นถึงใจ 

แนะนำ วิธีทำอาหารใต้ คั่วกลิ้งซี่โครงหมู

ส่วนประกอบ:

ซี่โครงหมู , เกลือ , พริกไทย , สมุนไพรตามชอบ (เช่น ใบกระเพรา ใบใบมะกรูด เป็นต้น)

ขั้นตอน:

เตรียมซี่โครงหมู: ให้เริ่มจากการเตรียมซี่โครงหมูโดยตัดเป็นชิ้นขนาดที่คุณต้องการ สามารถทำให้เป็นชิ้นใหญ่หรือเล็กได้ตามความต้องการของคุณ

เตรียมสมุนไพรและเครื่องปรุง: ส่วนผสมที่คุณอาจต้องการใช้เป็นสมุนไพรหรือเครื่องปรุงตามชอบ ในกรณีนี้ เราจะใช้เกลือและพริกไทยเพื่อปรุงรสชาติ สามารถเพิ่มสมุนไพรเพิ่มเติมตามความชอบของคุณได้ เช่น ใบกระเพรา ใบมะกรูด เป็นต้น

เตรียมถุงซีลส์: นำซี่โครงหมูที่เตรียมไว้ใส่ถุงซีลส์ แล้วใส่เกลือและพริกไทยลงไป จากนั้นเหลือกลิ่นอาหารออกจากถุงและปิดซีลส์

กระบวนการ Sous Vide: ใช้เครื่อง Sous Vide ในการปรุงอาหาร ตั้งอุณหภูมิน้ำในอุปกรณ์ตามความต้องการ สำหรับซี่โครงหมู คุณสามารถใช้อุณหภูมิประมาณ 140-160 องศาฟาเรนไฮต์ (60-71 องศาเซลเซียส) และปรุงเวลานานประมาณ 12-24 ชั่วโมง โดยอาหารจะต้องสุกและนุ่มนวล

การกรอบผิว: เมื่ออาหารสุกแล้ว คุณสามารถทำให้ผิวกรอบโดยการทอดหรือปิ้งบนกระทะร้อน หรือใช้เตาอบที่อุณหภูมิสูงเพื่อทำให้ผิวกรอบขึ้น โดยการนำอาหารออกมาจากถุงซีลส์และทำการปรุงรสอีกครั้งถ้าต้องการ

เสิร์ฟอาหาร: เมื่อซี่โครงหมูเสร็จสมบูรณ์ ให้นำออกมาจากเตาหรือกระทะ และเสิร์ฟพร้อมกับผักสดหรือข้าวสวยตามชอบ

วิธีการทำ : คั่วกลิ้ง

 ส่วนประกอบ:

อาหารที่ต้องการปรุง (เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ผัก) , เครื่องคั่วกลิ้ง ถุงซีลส์   , อุณหภูมิน้ำคั่ว 

ขั้นตอน:

เตรียมอาหาร: เตรียมอาหารที่คุณต้องการปรุง ล้างและเตรียมส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นตามความต้องการ (เช่น ผักสด เครื่องปรุงรส)

เตรียมถุงซีลส์: วางอาหารลงในถุงซีลส์ จากนั้นคลุมด้วยเครื่องปรุงรสและเนื้อหรือผักที่คุณใช้ คุณสามารถเพิ่มสมุนไพร เครื่องปรุงรส หรือน้ำมันในกรณีที่ต้องการได้

เหล็กกระติกถุง: ถ้าคุณใช้ถุงซีลส์ที่ไม่ต้องใช้เครื่องสูบอากาศ ให้ใช้เหล็กกระติกเพื่อดีดอากาศออกจากถุงเพื่อให้ได้การซีลส์ที่เหนียวแน่น

คั่วด้วยเครื่องคั่วกลิ้ง: นำถุงที่ปรุงรสและทำการซีลส์เรียบร้อยแล้วลงในถ้วยน้ำที่เตรียมไว้ในเครื่องคั่วกลิ้ง ตั้งอุณหภูมิที่คุณต้องการเพื่อการปรุงอาหาร (อุณหภูมิและเวลาประมาณตามเครื่องคั่วกลิ้งที่คุณใช้และประเภทอาหาร)

คั่วอาหาร: วางถ้วยน้ำและถุงอาหารในเครื่องคั่วกลิ้ง ให้แน่ใจว่าถุงจะจมน้ำและไม่มีอากาศค้างอยู่ในถุง ปิดเครื่องคั่วกลิ้งให้แน่น และเริ่มกระบวนการคั่ว

การปรุงอาหารเสร็จสิ้น: เมื่อเวลาคั่วที่ตั้งไว้ผ่านไป นำอาหารออกจากถ้วยน้ำคั่ว ถ้าคุณต้องการผิวกรอบเพิ่มเติม คุณสามารถทอดหรือปิ้งบนกระทะร้อนหรือใช้เตาอบเพื่อทำให้ผิวกรอบขึ้น

การเสิร์ฟอาหาร: เมื่ออาหารเสร็จสมบูรณ์ นำออกจากถุงซีลส์และเสิร์ฟอาหารพร้อมกับเครื่องปรุงรสเพิ่มเติมหรือผักสดตามชอบ

 วิธีการทำ : แกงคั่วหอยขมใบชะพลู

แกงคั่วหอยขมใบชะพลูเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีรสชาติเผ็ด หอม และเปรี้ยว นี่คือวิธีการทำแกงคั่วหอยขมใบชะพลู:

ส่วนประกอบ:

หอยขม (หรือหอยโข่ง) 300 กรัม , ใบชะพลู 1 กำ

พริกขี้หนูแห้ง 10-15 เม็ด  , กระเทียม 5-6 กลีบ , หัวหอมใหญ่ 1 หัว , ต้นหอม 2 ต้น

มะเขือเทศเขียว 1-2 ลูก , น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ ,น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ  , น้ำเปล่า 1 ถ้วย , น้ำสะอาด 1 ถ้วย (สำหรับนำ้แช่หอยขม)

ขั้นตอน:

การเตรียมหอยขม: นำหอยขมล้างสะอาดให้สะอาดแล้วนำมาแช่น้ำสะอาดไว้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อช่วยให้หอยขมถอดทรากตัวและเปิดปากตัวของหอย

การทำเครื่องปรุงรส (พริกแกง): ใช้ครกหรือมีเสียงรบกวนให้พริกขี้หนูแห้ง กระเทียม และหัวหอมใหญ่สับเล็กน้อย ให้เป็นเม็ดข้างๆ กัน

การทำเครื่องปรุงรส (เครื่องซอส): นำน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บผสมรวมกันในชาม คนให้น้ำตาลละลาย

การทำแกงคั่วหอยขม: ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เครื่องปรุงรสที่สับไว้ลงไป ผัดให้หอม หลังจากนั้นใส่หอยขมที่ได้แช่น้ำสะอาดไว้ลงไปผัดจนหอยขมเริ่มเป็นสีชมพู

การเติมเนื้อหอย: เติมน้ำสะอาดเข้าไป และคนให้เนื้อหอยขมปรุงสุกจนหอยขมสุก

การปรุงรสเพิ่มเติม: ตั้งกระทะอีกหนึ่งกระทะ ใส่น้ำแกงที่ผัดจนหอยขมสุกลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก และน้ำปลา คนให้เครื่องปรุงรสเข้ากัน ลดไฟให้น้ำมังคลั่ง แต่ยังคงรสชาติที่เผ็ดเปรี้ยว

การเติมผักและเสิร์ฟ: เพิ่มใบชะพลูที่ล้างและหั่นอย่างละเม็ดลงไป ผัดให้ใบชะพลูสลดลง ใส่มะเขือเทศเขียวลูกละเม็ด และต้นหอมสับลงไป ผัดให้เนื้อหอยและผักสลับๆ กัน ถ้าต้องการให้มาแรงก็สามารถเพิ่มพริกสดหรือพริกแห้งโดยที่ไม่ทำการสับให้ละเอียดการเสิร์ฟอาหาร: เมื่อผักสุกและหอยขมสลับสลับกันเป็นข้นเรียบร้อย สามารถเสิร์ฟแกงคั่วหอยขมใบชะพลูร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวได้

  วิธีการทำ : แกงไตปลา 

แกงไตปลาเป็นอาหารยอดนิยมในภูมิภาคใต้ของประเทศไทย มีรสชาติเผ็ด หอม และมีรสเปรี้ยวอีกด้วย นี่คือวิธีการทำแกงไตปลา:

ส่วนประกอบ:

ไตปลา 300 กรัม,  ใบมะกรูดแห้ง 5-6 ใบ , หัวหอมใหญ่ 1 หัว , ต้นหอม 2 ต้น , พริกแห้ง 5-10 เม็ด ,  กระเทียม 5-6 กลีบ , ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา , ข้นมะพร้าว 1 ถ้วย (หากไม่มี สามารถใช้น้ำมะพร้าวแทนได้)

น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือปรับตามรสชาติ) , น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน:

การเตรียมไตปลา: นำไตปลามาล้างสะอาดในน้ำเย็น และเอาเสี้ยวไตออก จากนั้นล้างไตปลาอีกครั้งด้วยน้ำเย็น ให้แน่ใจว่าไตปลาสะอาด

การทำเครื่องปรุงรส (พริกแกง): ใช้ครกหรือมีเสียงรบกวนให้พริกแห้ง กระเทียม และหัวหอมใหญ่สับเล็กน้อย ให้เป็นเม็ดข้างๆ กัน

การทำเครื่องปรุงรส (เครื่องซอส): นำข้นมะพร้าวมาผสมกับน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา คนให้เครื่องปรุงรสเข้ากัน และเตรียมไว้

การทำแกงไตปลา: ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชลงไป และผัดเครื่องปรุงรสที่สับไว้ลงไปผัดให้หอม หลังจากนั้นใส่ไตปลาลงไปผัดจนเนื้อไตปลาเริ่มเปลี่ยนสี

การเติมเครื่องปรุงรสเพิ่มเติม: เติมน้ำมะพร้าวที่ผสมเครื่องปรุงรสแล้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ คนให้เครื่องปรุงรสเข้ากัน ลดไฟให้น้ำมังคลั่ง

การเติมผักและเสิร์ฟ: เพิ่มใบมะกรูดแห้ง ต้นหอม และมะเขือเทศเขียวลงไป ผัดให้ใบมะกรูดแห้งสลดลง ถ้าต้องการให้เพิ่มความเผ็ดและหอม สามารถเพิ่มพริกแห้งที่บดหรือบุ้งไฟลงไป

การเสิร์ฟอาหาร: เมื่อผักสุกและไตปลาสลับสลับกันเป็นข้นเรียบร้อย สามารถเสิร์ฟแกงไตปลาร้อนๆ พร้อมกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวได้

  วิธีการทำ : ขนมจีนน้ำยาปู 

ขนมจีนน้ำยาปูเป็นเมนูที่อร่อยและโปรดรสที่มีส่วนประกอบหลากหลาย นี่คือวิธีทำขนมจีนน้ำยาปู:

ส่วนประกอบ:

ส่วนขนมจีน: , แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย , แป้งท้าวยาง 1/4 ถ้วย , น้ำเย็น 1/2 ถ้วย , เกลือ 1/4 ช้อนชา

ส่วนน้ำยาปู:

ปูอัดมะพร้าว 200 กรัม (หรือสามารถใช้ปูผัดผงกระหรี่แทนได้)

หอมหัวใหญ่ 1 หัว กระเทียม 4-5 กลีบ

พริกแห้ง 5-10 เม็ด (ปรับตามรสชาติที่ต้องการ)

น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ , น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือปรับตามรสชาติ) , น้ำสะอาด 1 ถ้วย , น้ำเปล่า 2 ถ้วย

ขั้นตอน: ส่วนขนมจีน:

การผสมแป้ง: นำแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยาง และเกลือมาผสมกันในชามใหญ่

การทำแป้งเป็นเนื้อหน้า: นำน้ำเย็นเข้ามาผสมในแป้งที่ผสมไว้ คนด้วยช้อนไม้จนเกิดเนื้อหน้า และแป้งนั้นเริ่มเป็นก้อน

การห่อเนื้อหน้า: นำก้อนแป้งออกมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำมาห่อเป็นแผ่นขนาดประมาณ 3 นิ้ว

การนึ่งขนมจีน: นำแผ่นขนมจีนไปนึ่งในน้ำเดือดจนสุก ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นนำขนมจีนออกมาพักให้เย็น

ส่วนน้ำยาปู:

การทำเครื่องปรุงรส (น้ำยาปู): ใช้ครกหรือมีเสียงรบกวนให้ปูอัดมะพร้าว หอมหัวใหญ่ กระเทียม และพริกแห้งสับเล็กน้อย ให้เป็นเม็ดข้างๆ กัน

การทำเครื่องปรุงรส (น้ำยาปูเนื้อ): นำน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บมาผสมกัน คนให้น้ำตาลละลาย

การผสมเครื่องปรุงรส: นำเครื่องปรุงรสที่สับเล็กน้อยมาผสมกับน้ำสะอาด และน้ำเปล่า คนให้เครื่องปรุงรสเข้ากัน

  วิธีการทำ : หมูฮ้อง 

หมูฮ้องเป็นอาหารที่มีวิธีการทำที่มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน และเป็นที่นิยมในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย นี่คือวิธีทำหมูฮ้อง:

ส่วนประกอบ:

หมูฮ้อง 500 กรัม (หรือสามารถใช้หมูสามชั้นหรือหมูสามชั้นเบคอนแทนได้)

ซอสหมูฮ้อง: , น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ , น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ , น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว (หรือซีอิ๊วดำ) 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย , น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ , พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

กระเทียมสับเล็ก 2-3 กลีบ , หอมหัวใหญ่สับเล็ก 1 หัว

ขั้นตอน: การทำซอสหมูฮ้อง:

นำน้ำตาลปี๊บ น้ำมันพืช น้ำปลา ซีอิ๊วขาว (หรือซีอิ๊วดำ) น้ำเปล่า น้ำมะขามเปียก พริกไทยป่น กระเทียมสับ เข้าด้วยกันในกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วคนให้เครื่องปรุงรสละลาย รอจนน้ำเดือด แล้วปิดไฟ

เมื่อซอสหมูฮ้องเย็นลง นำไปใส่ถ้วยและเตรียมไว้

การทำหมูฮ้อง:

หมูฮ้อง แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 5-10 นาที หรือจนหมูเริ่มสุก

นำหมูฮ้องที่ต้มสุกออกมาและราดด้วยซอสหมูฮ้องที่เตรียมไว้ เคลือบให้ทั่วแล้วนำไปย่างในเตาอบหรือในกระทะที่เตรียมไว้บนเตา ย่างให้ผิวหมูเริ่มแห้งและมีสีทองคล้ายหมูแดง เมื่อหมูฮ้องสุกและมีสีทอง ตักขึ้นและเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย

  วิธีการทำ : หมูโคะ 

ส่วนประกอบ:

หมูสามชั้น 500 กรัม (หรือสามารถใช้เนื้อหมูอื่น ๆ ได้)

ขิงเจียวซอสหมูโคะ: , ขิงบด 2 ช้อนโต๊ะ , กระเทียมสับเล็ก 3-4 กลีบ , หอมหัวใหญ่สับเล็ก 1 หัว

พริกแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 5-6 เม็ด (ปรับตามรสชาติที่ต้องการ)

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ , น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ , ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ . น้ำสะอาด 1/4 ถ้วย

ขั้นตอน: การทำขิงเจียวซอสหมูโคะ:

นำขิงบด กระเทียมสับ เห็ดหอมสับ และพริกแห้งไปผสมในครกหรือใช้เครื่องบดพริกและขิงประมาณน้อยเพื่อสร้างรสเผ็ดหอม

เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และซีอิ๊วขาว คนให้เครื่องปรุงรสเข้ากัน ละลาย

การเคลือบหมู:

นำหมูสามชั้นมาตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนวดหมักในซอสขิงเจียวซอสหมูโคะที่เตรียมไว้ ปิดปิดปากซอสให้หมูเคลือบเข้ากัน และนวดหมักประมาณ 15-20 นาทีให้เข้ารส

การย่างหมูโคะ:

เมื่อหมูเคลือบเรียบร้อยแล้ว นำไปย่างในกระทะหรือบนเตากาแฟ ย่างให้หมูสุกและมีสีทองคล้ายหมูแดง

การเสิร์ฟ:

นำหมูโคะที่ย่างแล้วใส่จานเสิร์ฟ และเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย ผักสด เป็นต้น